พี่น้องชาวพุทธตำบลสรอยตำบลป่าสัก เลื่อมใสศรัทธาพระพุทธศาสนา ร่วมทำบุญฉลองกุฎิวัดแม่ขมวก

ศรัทธาชาวบ้านแน่นวัดแม่ขมวก ร่วมพิธีทำบุญกุฏิเจ้าอาวาส สืบสานพระพุทธศาสนา
   วันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ วัดแม่ขมวก พระครูวิจิตร ธรรมสาธกเจ้าคณะอำเภอวังชิ้น เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีทำบุญฉลองกุฏิเจ้าอาวาสวัดแม่ขมวก ตำบลสรอย อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่(ชื่อเดิมบวกคำหรือคำบวก แผลงมาเป็น แม่คำมวก เพี้ยนมาเป็นขะ+มวก
=ขมวก ในปัจจุบัน)พร้อมด้วยเจ้าคณะตำบลสรอย เจ้าคณะตำบลป่าสัก และคณะพระภิกษุสงฆ์ประกอบพิธีทางศาสนา
มี พระมหาณัฐพงศ์
 ธรรมิโก เลขานุการเจ้าคณะตำบลป่าสักรักษาการเจ้าอาวาสวัดแม่ขมวก เป็นผู้รับมอบกุฏิ เพื่อใช้เป็นสถานที่จำพรรษาและปฏิบัติศาสนกิจของพระภิกษุสงฆ์ภายในวัด
ในงานนี้ได้รับเกียรติจากผู้นำท้องถิ่น สจ.โย ปฎิพล จอมดวง ส.อบจ.
แพร่ เขต.๒ อ.วังชิ้นนาย ผวน เฟื่องฟู นายก อบต.สรอย คณะผู้บริหาร ส.อบต.และเจ้าหน้าที่   🙋ผู้นำฝายปกครองท้องที่ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน สว.แพทย์,ผู้ช่วยฯตำบลสรอย /ป่าสัก นำโดยนาย อัจฉริยะพงษ์ ปันฟอง กำนันตำบล
สรอย พี่น้องพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ตำบลสรอย ตำบลป่าสักได้มาร่วมงานร่วมขบวนแห่เครื่องไทยธรรม
(คัวตาน)ของหมู่บ้าน หัววัดต่างๆในพื้นที่เข้าไปถวายเป็นจตุปัจจัยในกุฎิแก่พระมหาณัฐพงศ์รับไว้ให้คณะกรรมการวัดดำเนินการ เพื่อนำไปใช้สอยในศาสนะของวัดและกิจของสงฆ์ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ของวัดต่อไป🙏
🙏ทุกคนมีความสุขทั้งภายในและภายนอกอิ่มอกอิ่มใจที่ได้มาร่วมทำ
บุญครั้งนี้ นี่แหละคำว่าบุญ 
🧛บรรยากาศในงานเปี่ยมด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนต่างพร้อม
ใจกันเข้าร่วมทำบุญ ที่กองอำนวยการมีดนตรีพื้นเมืองปี่พาทย์ของนักเรียนโรงเรียน
สรอยเสรีวิทยาบรรเลงตลอดงานการแสดงฟ้อนรำจาวเหนือ ของกลุ่มแม่บ้านแม่หละทั้ง๓ หมู่(ม.๕,๙,๑๑)อ่อนช้อยอย่างสวยงามนอกจากนี้ในงานยังมีโรงทานจากผู้เลื่อมใสศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนา
 👍จากนั้น ร่วมอนุโม
ทนาบุญ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว
 อีกทั้งยังเป็นการสืบสานขนบธรรมเนียมวัฒน
ธรรมประเพณีอันดีงามของไทยล้านนาให้คงอยู่สืบไป
🧑‍🤝‍🧑เสร็จพิธีทางศาสนาแล้วเข้าสู่ภาคบันเทิงรำวงย้อนยุคจากซองมิวสิคบ้านป่าสัก
🙏🙏ชวนให้คิด ไม่เชื่อก็ลองพิจารณาดูว่า ก่อนที่พระมหามานัสหรือพระมหาณัฐพงศ์ ธรรมิโกที่ได้รับมอบหมายจากท่านพระครูวิวิธจิตตาภิรม เจ้าคณะตำบลป่าสักเจ้าอาวาสวัดป่าจิตตวิเว
การาม ให้มารักษาการเจ้าอาวาสอยู่วัดแม่ขมวกนี้นั้น ยังขาดหลายอย่างที่ทางวัดต้องปรับปรุงพัฒนา พี่น้องชาวบ้านแม่ขมวกพร้อมที่จะร่วมกับทางวัด แต่ยังหาพระนักพัฒนาไม่มี พอพระมหาณัฐพงศ์ ได้มาจำวัดรักษาการที่นี่ ได้ไม่นานตั้งจิตอธิษฐาน ภาวนาว่าจะทำนุบำรุง พัฒนาวัดแห่งนี้ให้ดี เป็นที่เคารพกราบไหว้สักการะของสาธุชนทั้งหลายไม่ให้เสื่อมศรัทธาสาธารณวัตถุวัดแห่งนี้ ตั้งใจแน่วแน่แล้วว่า เมื่อได้รับความไว้วางใจจากเจ้าคณะตำบลป่าสัก ซึ่งเป็นศิษย์ผู้พี่และเป็นอาจาย์สอนในหลักธรรมพระวินัย ประพฤติปฎิบัติของการเป็นบรรพชิตให้มารักษาการในเขตมณฑลวัดแห่งนี้จะทำให้ดีที่สุด จึงได้ปรึกษาหารือ ผู้นำหมู่บ้าน คณะกรรมการวัด เพื่อที่พํฒนาวัดขมวกให้เป็นสถานที่ เคารพ สักการะเลื่อมใสศรัทธา สถาบันหลักพุทธศาสนา แก่สาธุชนทั้งหลายได้กราบไหว้บูชาตั้งแต่นั้นมา ก็ได้มีญาติ
โยมบ้านแม่ขมวกและต่างถิ่นได้มีเจตจำนงค์สร้างโรงฉันท์มา ๑ หลัง
🙏ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๖๗ มีผู้เลื่อมใสศรัทธาในพระ
พุทธศาสนา และได้เห็นบารมีของรักษาการเจ้าอาวาส ความสามัคคีของพี่น้องศรัทธาวัดบ้านแม่ขมวก จึงมาขอสร้างเจดีย์ศรีสุทธิโธนาค องค์ที่๖มาตั้งประดิษฐานไว้เป็นพุทธบูชา ณ.วัดแม่ขมวกแห่งนี้ โดยที่ไม่มีใครในหมูบ้านคาดคิดมาก่อนเมื่อทางคณะได้มีความศรัทธา ที่มาสร้างให้ทางวัด และหมู่บ้านไม่ได้ขัดข้องแต่ประการใด ทุกอย่างราบรื่นไปด้วยดีไม่มีอุปสรรคอันใด สร้างเสร็จภายใน ๑ ปีเท่านั้น แล้วทำพิธีถวายเป็นพุทธบูชาไปเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.
๒๕๖๙ มีนายหฤฑี ศรีเอียด นายอำเภอวังชิ้น เป็นประธาน ก่อนที่เดินทางย้ายไปรับตำแหน่งที่อำเภอสวนผึ้งผ่านมานี่เอง
ต่อมาเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๙พระมหาณัฐพงศ์.
ธรรมิโก ได้ประชุมปรึกษาหารือผู้นำหมู่บ้านพ่อออกศรัทธา คณะกรรมการวัดว่า อยากสร้างกุฎิหลังใหม่ขึ้นมาซักหลังหนึ่ง ไว้รองรับหากมีกิจหรือญาติโยมต้องการมาพบ มานิมนต์จะได้พบง่าย
🙏เนื่องจาก กุฏิหลังเก่าได้ถูกรื้อถอนไปสร้างไว้ด้านหน้าพระประธานในวิหาริย์ ไม่ถูกต้องไม่เป็นมงคล จึงอยากจะสร้าง
สร้างกุฎิหลังใหม่ไว้หลังวิหาริย์ แต่ตอนนี้ยังไม่มีปัจจัยจะนำไปศื้ออุปกรณ์ก่อสร้างจึงจำเป็นต้องอาศัยขอแรงงานจากศรัทธาญาติโยมแม่ขมวกนี่แหละมาช่วยกันสร้างเสร็จเมื่อไหร่ไม่เป็นไร ดีกว่าไม่คิดสร้างเลย
ด้วยแรง สัจจะอธิษฐาน ของพระมหาณัฐพงศ์ ที่มีความตั้งใจพัฒนาสืบ
ทอดในพระพุทธศาสนา รู้ไปถึงเสื้อวัดเสื้อวารุกข
เทวดาที่รักษาในเขตปริมณฑลวัดขมวกนี้ ดลใจไปถึงเจ้าของท่าทรายจังหวัดตาก
ไม่ประสงค์ออกนาม
(ทราบทีหลังว่าเป็นคนบ้านแม่ขมวกไปมีครอบครัวอยู่ที่จังหวัดตาก เป็นเจ้าของท่าทราย)ได้มาบอกว่าขอเป็นเจ้าภาพสร้างกุฎิหลังนี้เพื่อถวายให้กับเจ้าอาวาสและวัดขมวกเป็นพุทธบูชาด้วยใจที่บริสุทธิ์ ไม่หวังสิ่งอื่นใดตอบแทนและแอบแฝง  คิดเป็นเงินเกือบสองแสนบาทสร้าง จนแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายใน๑ เดือน โดยที่ไม่มีใครในหมู่บ้านทรามาก่อนและเจ้าตัวไม่ ได้แจ้งประกาศหวังเอาชื่อเสียงแต่อย่างใด สอบถามรักษาการเจ้าอาวาสบอกว่าไม่เคยรู้จักเลยรู้แต่ว่าเป็นเจ้าของท่าทรายอยู่จังหวัดตากมาสร้างให้เท่านั้น ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นได้สอบถามข้อมูลจากผู้รู้ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เป็นผู้หญิงเด็กกำพร้าพ่อแม่ เมื่อเล็ก อาศัยอยู่กับญาติเลี้ยงดูส่งเสียเรียนหนัง
สือจนจบการศึกษา ออกบ้านไปทำงาน แล้วได้แต่งงาน สามีเป็นเจ้าของท่าทรายอยู่จังหวัดตากได้รับความไว้วางใจให้ดูแลกิจการท่าทรายหนึ่งบ่อ เป็นคนมีน้ำใจ ไม่ลืมบ้านเกิด จะช่วยงานในหมู่บ้านเสมอโดยไม่มีใครไปขอ ถ้ารู้ข่าวจะช่วยทันทีเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแห่งความสำเร็จ(ผู้สื่อข่าวรู้ข้อมูลมาย่อๆเท่านี้)
   🙏บุญใดที่ท่านได้ทำไว้กับทางวัดและหมู่บ้านในวันนี้ ขออวยพรให้คุณงามความดีท่นได้ทำในวันนี้ได้เป็นอนิจสงค์กุศลผลบุญแห่งการกระทำนั้นดลบันดาลให้เจ้าของท่า
ทรายตาก จงได้รับผลบุญที่ทำไว้ในครั้งนี้ให้ท่านได้รับกลับคืนมาร้อยเท่าคุณทวีขอให้กิจการที่ทำเจริญรุ่งเรื่องยิ่งๆขึ้นไป ด้วยเทอญ...สาธุ
🙏ถือว่าเร็วกว่าที่คิดไว้ อย่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก🙏🙏🙏ขอบคุณเจ้าของท่าทรายจังหวัดตาก ไว้ ณ.ที่นี้เป็นอย่างสูง ทางคณะศรัทธาวัดบ้านแม่
ขมวกจะได้ใช้ประโยชน์ในการดำเนินกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและรองรับการปฏิบัติศาสนกิจของคณะสงฆ์ในอนาคตต่อไป
  ธนาเดช ดอกจือ/ข่าว
เกล็ดความรู้ถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั่ผู้สื่อข่าวได้เห็นเมื่อตอนเป็นเด็กเลี้ยงควายอยู่กลางทุ่งห้วยแม่ดำ ทุ่งหลวงห้วยน้ำดิบบ้านโฮ้งเมื่อประาณ๕๐ ปีผ่านมา พอพลบค่ำ วันพระ เดือนมีนา เมษา ผู้สื่อข่าวได้เห็นแสงแก้วลอยขี้นมาบนดอยตั้งแต่ห้วยแม่แขม ห้วยแม่ดำ ห้วยขมวก ขมิงไปถึงปางงุ้นเยอะมาก ลอยสวนทางกันไปมา เห็นกับตา
มองจนตัวเกรงแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกกลัวก็กลัวแต่วิ่งไม่ออกเดินเร็วอยู่กลางทุ่งนาคนเดียวแล้วไปบอกให้คุณแม่ยองทราบ บอกว่าเป็นแสงแก้วของพระอินทร์ ย้ายที่อยู่(ตอนนี้เป็นเด็กอายุประมาณ
๑๔-๑๕ ปี) และตอนที่เป็นคนงานรับจ้างโรงย่มใบยาพ่อเลี้ยงสมพงษ์ฯได้นำคนงานขึ้นรถกระบะ หกล้อไปทำงานที่โรงบ่มใบยาระหว่างบ้านแม่แฮด-ค้างปินใจ พอถึงพลบค่ำจะเห็นแสงแก้วเป็นดวงไฟสีฟ้านวลลอยขึ้นมาหลายดวงลอยสลับกันไปมาแล้วหายไปบนดอยทางสวนป่าไปถึงดอยแม่ตื้ดฝั่งตะวันออก(ดอยจ๋อง)
คนงานทุกคนที่เห็นต่างร้องส่งเสียงดังชี้ให้กันดูว่านั่นๆมาอีกแล้ว โน่นก็มี นี่ก็มาต่างโห่ร้องกันเสียงดังไปบนรถสามสีสิบคน(สมัยทางลูกรัง)จึงมีความเชื่อว่าบนวัดแห่งนี้มีสิงศักดิ์สิทธิ์สิงสถิตอยู่ที่นี่(ตอนเด็กมีใครเคยเห็นบ้างบอกด้วย)
🙏เมื่อวานวันที่๑๖ พ ค.๖๙ ก็ได้เล่าให้นายสมบัติ เทพสิงห์ อดีตผู้ใหญ่บ้านขมวกเลขานายก อบต.สรอยฟัง นายสมบัติฯก็บอกว่า แต่ก่อนตอนเด็กๆก็เคยเห็น เห็นใกล้มาก เป็นจุดเล็กๆเท่านิ้วก้อย มีแสงสว่างจ้า ร้อนลอยลงมาห่างเพียง ๒ เมตร ยืนดูแสงลงใต้ต้นไม้แล้วหายไป


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หัวหน้าชุด สืบสวน สภ.วังชิ้น คนใหม่เฮี๊ยบ ออกกวาดล้างยาเสพติด ในพื้นที่ ได้ผู้ต้องหา พร้อมของกลาง หลายรายการ ยาบ้า 12,878เม็ด

ไปช่วยงานศพพี่เขย สุดท้ายตัวเอง มาถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิต ที่หน้าบ้านพี่เขย นั่นเอง

นายอำเภอวังชิ้น ปลัดอำเภอ นำกำลัง อส. ร่วมสภ.สรอย กำนันผู้ใหญ่บ้านตำบล สรอย แสดงพลัง ข่มขวัญต่อสู้ผู้ที่จะสร้างอิทธิพล บังอาจยิงถล่มผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านม่วงคำ หมู่๑ ตำบลสรอย