เหตุการณ์เศร้าสลด อุทาหรณ์ทึ่ซ้ำซากไม่มีใครอยากให้เกิด กับเด็กและเยาวชนในครอบครัวของการสูญเสียชีวิตบนถนน ยังไม่ถึงวัยอันควรที่ต้องจากไป

เมื่อวันที่12 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2569 เวลา 16:40 น
.ต.ท.พัฒน์พงษ์ คำแสน รองสว.(สอบสวน)ช่วยราชการ สภ.สรอย ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้รับแจ้งจากศูนย์ยิทยุว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่หน้าปั๊มน้ำมัน PT สหกรณ์วังชิ้น สาขาตำบลป่าสัก รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนรถยนต์ปิคอัพ  มีผู้บาดเจ็บ 2 คนเป็นเด็กนักเรียน ร้อยเวร3-0ได้แจ้งให้ พ.ต.ท.สุรวิชย์ สุวรรณรัตน์ สว. สรอย สายตรวจ (ร้อยเวร2-0)รถกู้ชีพกู้ภัย อบต.ป่าสัก ออกไปที่เกิดเหตุ
👨🏻‍🍼สถานที่เกิดเหตุ บนถนนสาย1124 วังชิ้น-เถิน หน้าปั้มน้ำมันพีที สหกรณ์วังชิ้น สาขาตำบลป่าสัก หมู่10 อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่
👉พบรถยนต์ toyota สีดำ 4 ประตู มีนายจักรชัยฯ คนขับ อยู่บ้านป่าสัก หมู่3(บ้านเดียวกันคนละหมู่)อยู่ในที่เกิดเหตุ 
🚓หน้ารถด้านซ้ายถูกชน ได้รับความเสียหาย ลักษณะหน้ารถกำลังจะเลี้ยวเข้าสวน ดร.วีระพงษ์ นวลแก้ว ที่อยู่ด้านหน้ารถ 10เมตร และที่ข้างหน้ารถยนต์ด้านซ้าย
🛵มีรถจักรยานยนต์ honda สีดำ ล้อหน้าบิดเบี้ยว ได้รับความเสียหาย ล้มลงอยู่ใกล้กัน คนขับขี่เป็นเด็กนักเรียนมัธยม อายุ13 ปี อยู่บ้านแม่กระต๋อม ม.1(บ้านอยู่ห่างที่เกิดเหตุ ประมาณ300เมตร)
ต.ป่าสัก อ.วังชิ้น จ.แพร่ กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.1ได้รับบาดเจ็บสาหัส แข้งขาผิดรูป นอนอยู่ข้างรถ ไม่รู้สึกตัว 
👉และเด็กชายอายุ14 ปี อยู่บ้านป่าสัก ม.8 ต.ป่าสัก เรียนอยู่ม.3 ร.ร.เดียวกัน ลอยกลางอากาศไปตกถผูกถังแก๊สหุงต้มนอนแน่นิ่งไม่รู้สึกตัวเลือดไหลออกหู จมูก ปาก อยู่ท้ายรถคนขายลูกชิ้นทอด
👉มีจนท.พยาบาล รพ.วังชิ้นบ้านอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุได้ลงมาช่วยปฐมพาบาลเบื้องต้น และ ชุดกู้ชีพกู้ภัย อบต ป่าสัก ช่วยทำCPR เบื้องต้น แล้วรีบนำผู้บาดเจ็บทั้งสอง ส่งไป รพ.วังชิ้น และเมื่อถึง รพ.วังชิ้นแล้ว ทาง แพทย์เวรห้องฉุกเฉินได้ประเมินแล้วว่าอาการสาหัสมากทั้งคู่ จึงได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.แพร่
👇🏼👇🏼👇🏼👇🏼👇🏼👇🏼👇🏼👇🏼👇🏼👇🏼
👉 เช้าวันที่13 ก.พ.69  แพทย์ รพ.แพร่ แจ้งให้กับทางญาติที่มาทราบว่า ทั้งคู่อาการสาหัสมากได้เสียชีวิตลงแล้ว ทางญาติไม่ได้ติดใจผลการเสียชีวิตของเด็กทั้งสองคนแต่อย่างใด จึงได้มอบร่างไร้วิญญาณให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาที่บ้านต่อไป
👉จากการสอบถาม คนขับรถยนต์เล่าว่าได้ไปรับรถ จยย.ที่บ้านป่าป๋วยมา จะไปบ้านที่ป่าสักหมู่8 บ้านใกล้กันกับคนซ้อนท้ายที่เสียชีวิต พอมาถึงที่เกิดเหตุ จะแวะไปหาญาติที่สวน ดร.วีระพงษ์ฯจึงได้เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวขวาหยุดรถ เมื่อเห็นว่าปลอดภัยไม่มีรถสวนทางมาแล้วจึงได้ขับรถข้ามช่องทางจราจรขวาไป จู่ๆก็ได้มี รถจักรยานยนต์ของเด็กทั้งสองมาชน เห็นเด็กทั้งสองกระเดนตกรถแน่นิ่งไป ตนเองตกใจว่า มาชนได้อย่างไร ทั้งที่หยุดรถมองไปทางหน้าแล้วไม่เห็นมีรถจึงตัดสินใจขับรถข้ามถนนไปสวน
(เป็นไปได้มั้ยว่าผีบังตา ตามความเชื่อ)
👉จากการสอบถามคนขายลูกชิ้นทอด อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเองจะมานั่งขายลูกชิ้นทอด ไส้กรอก ทอดขายทุกวัน วันเวลาดังกล่าวครู่นี้ ในขณะที่ตนนั่งขายลูกชิ้นอยู่ท้ายรถกระบะนั้น เห็นรถยนต์คันสีดำกำลังเลี้ยวเข้ามาคิดว่ามาซื้อลูกชิ้นทอด
กำลังขับข้ามทางมา แล้วรถเครื่องของเด็กขับมาชนรถยนต์ เห็นร่างเด็กชายที่ซ้อนท้ายรถ จยย.กระเด็นลอยมากระแทกถังแก๊สหุงต้มตนทีใช้ทอดลูกชิ้นขาย นอนแน่นิ่งกระตุกสองครั้งมีเลือดไหลออกหูออกจมูกไม่หยุด แล้วสักพัก ชุดกู้ชีพมาถึงแล้วทำCPR ปั้มหัวใจให้ คนเจ็บ แต่ไม่รู้สึกตัวอีกคนหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ใกล้รถ เห็นหมอเค ตรวจชีพจรอยู่ แล้ว กู้ชีพได้นำผู้บาดเจ็บส่ง รพ.วังชิ้น
👉ผู้เห็นเหตุการณ์อีกคน เป็นพ่อค้าขายลอตเตอรี่ ที่อยู่ข้างตู้เอทีเอมหน้าปั้มน้ำมันเล่าให้ฟังว่า เห็น เด็กทั้งสองขับรถ นั่งซ้อนท้ายกันมาจากทางใต้(ของตำบลสรอย, ป่าสัก ทางเหนือของถนนไป อ. วังชิ้น)จะไปทางเหนือ(ไปทางทิศใต้ , ร.ร.สรอยเสรีวิทยา)ขณะนั้นแดดจะส่องหน้าพอดี เด็กทั้งสองเหลียวมองไปหาเพื่อนที่ขับตามหลังมาอีกคันหนึ่ง คงไม่เห็นรถยนต์ที่กำลังเลี้ยวเข้าสวน จึงไม่ทันได้ระวัง ไม่มีการเบรครถเลยชนเข้าอย่างแรงเสียงดัง ทั้งคนและรถ ตกอยู่กับที่ อีกคนกระเดนลอยไปตกหน้ารถยนต์ เห็นต่อหน้าต่อตา ตนเองตกตลึง ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่มอง (ภาษาถิ่นว่าตกสะป้าฮ่าเหว ตกสะกึด)ปกติช่วงเย็น จะมีรถวิ่งพลุกพล่านอยู่แล้ว คนขายล็อตเตอรี่กล่าว
👉ปู่ของเด็กบอกว่า ไม่รู้จะทำอย่างไรนอกจากทำใจไว้ เพราะห้ามก็แล้ว ตีก็แล้ว ย่าถึงกับเอารถไปไว้ที่โรงพัการอย พึ่งเอามาได้ สองวัน ตอนหลานขับรถออกไปยังเตือนตามหลังอีกว่าอย่าขับรถเร็ว อันตราย สักพักได้รับแจ้งว่าหลานถูกรถชนแล้ว
🙏🏼พระมหามานัส เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าเมื่อปีที่แล้วได้ดูดวงดูลายมือของเด็กสองคนว่าดวงถึงคาดจะเกิดเหตุร้ายถึงชีวิตได้ จึงให้บวชแก้เคล็ดภาคฤดูร้อน ปี68ที่ผ่านมา ปีนี้คิดว่าจะบวชภาคฤดูร้อนอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่ถึงวันที่กำหนดบวชเพราะยังไม่ปิดเทอม
👉ก่อนที่จะเกิดเหตุ 2 วัน เด็กทั้งสองได้มาหาที่กุฎิ จึงถามว่าเอารถมาขับทำไม เด็กชายภู บอกว่า ย่าแมงไปเอามาให้ พระมานัสบอกว่า เคราะห์ยังไม่หมด ขับรถให้ระวัง
👉ดช.ทั้งสองบอกว่าขอลาไปก่อนนะ พระมหามานัส นึกในใจว่า ทำไมเด็กสองคนนี้พูดแปลกไป จึงพูดว่าไปก็ไปเลย  ไม่นึกว่าไปแล้วไม่กลับอีกเลยคิดอีกทีว่าถึงเวลาที่สองคนไปแล้วจริงๆ
👉และบอก ว่าปิดเทอมนี้อย่าลืมมาบวชนะ น้องภูตอบรับมากอดแข้ง ก่อนเด็กทั้งสองจากไป พระมานัสมองเห็นหน้าทั้งสองซีดชเผือด เหมือนคนไม่มีเลือด จึงได้ถามไปว่าทำไมหน้าดูซีด ขับรถระวังเกิดอุบัติเหตุนะ เคราะห์ยังไม่หมดเลย เด็กทั้งสองลงกุฎิไปพระมหามานัสเตือนสติทั้งสองคนตลอด
👉เย็นวันที่12 ก.พ.69 หลังเลิกเรียนก่อนเกิดเหตุครึ่งชั่วโมงเด็กชายภูได้โทรไปหาพระมานัส ถามว่าอยู่ไหน พระมานัสบอกว่าอยู่วัดสองแควให้ไปหาที่สองแคว แต่เด็กทั้งสองไม่ไปขับรถออกไปทางสรอย จนเกิดอุบัติเหตุขึ้น พระมานัสว่า ถ้าทั้งสองไปหาที่สองแควคงไม่เป็นไร พอมาคิดอีกอย่างคือ ดวงคนจะมาถึงแค่นี้ใครจะห้ามไม่ได้ 
🙏🏼คืนสุดท้ายของการบำเพ็ญกุศลศพพระครูวิวิธจิตาภิรม เจ้าคณะตำบลป่าสักเทศนาให้ผู้มาร่วมฟังพระสวดอภิธรรมว่า ในยุคปัจจุบันมีความเจริญทางด้านวัตถุเทคโนโลยีสูง แต่คนมีจิตใจต่ำลง จะเสียชีวิตเร็วขึ้นเพราะคนเราประมาทในชีวิตไม่ปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมืองไม่เข้าวัดฟังเทศน์สวดมนต์ไม่รู้จักปฏิบัติธรรมเอาหนังสือธรรมมะให้ก็เดินหนีเป็นการห่างเหินหลักธรรมคำสั่งสอนคำสั่งสอนขององค์สัมมา
สัมพุทธเจ้า ทำให้คนไม่กลัวต่อกรรมเวรเห็นผิดเป็นชอบ
👉และเมื่อเดือนที่ผ่านมาทางพระสงฆ์อำเภอวังชิ้นได้ร่วมกันสวดเพื่ออุทิศไปหาดวงวิญญาณที่ตายไปจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนตั้งแต่ปางงุ้นถึงอำเภอวังชิ้นมีเสียชีวิต 103 คน ถ้าหากพวกเราประมาทในชีวิตไม่รักษาศีลปฏิบัติธรรมฝ่าฝืนกฎหมายสังคมก็จะมีคนเสียชีวิตอีกเท่าไหร่ดวงวิญญาณคงจะชนกันนับไม่ถ้วน ขอเตือนไว้ อย่าประมาทในชีวิต        ธนาเดช ดอกจือ/ข่าว



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ไปหาเห็ดถอบ(เผาะ)เหยียบผาพลัดตกดอย ได้รับบาดเจ็บ สุดท้าย เสียชีวิต

หัวหน้าชุด สืบสวน สภ.วังชิ้น คนใหม่เฮี๊ยบ ออกกวาดล้างยาเสพติด ในพื้นที่ ได้ผู้ต้องหา พร้อมของกลาง หลายรายการ ยาบ้า 12,878เม็ด

ไปช่วยงานศพพี่เขย สุดท้ายตัวเอง มาถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิต ที่หน้าบ้านพี่เขย นั่นเอง