"อปพส.”บุก กสทช. บี้ตรวจสอบสื่อมวลชนผิดจริยธรรม ขาดจรรยาบรรณสื่อ นำเสนอข่าวทำลายสถาบันพระพุทธศาสนา
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2568
นายประพันธ์ กิตติฤดีกุล เลขาธิการ อปพส. พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายภาคประชาชน เข้ายื่นหนังสือต่อ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการ
โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
เพื่อเร่งตรวจสอบจริยธรรมสื่อ ในฐานะที่ กสทช.กำกับดูแลการทำงานของสื่อ โดยเฉพาะเนื้อหาที่นำเสนอต่อสาธารณชน
👉ตลอดระยะเวลา 5-6 เดือนที่ผ่านมา การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับวัดและพระสงฆ์ พบว่ามีความบิดเบือน และตั้งเป้าเจตนานำเสนอ เพื่อทำลายพระพุทธศาสนา ซึ่งการนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนยุคปัจจุบัน
👉โดยเฉพาะในสื่อที่มีกระแสความนิยม หรือ เรทติ้งสูง กลับเน้นการนำเสนอข่าวที่ไม่คำนึงถึงจริยธรรมและศีลธรรมในวิชาชีพสื่อมวลชน โดยมุ่งนำเสนอประเด็นข่าวโดยไม่ตรวจสอบความจริงก่อนนำเสนอ
👉รวมทั้งการทำหน้าที่สื่อที่บิด
เบือนทำให้ศรัทธาผู้คนที่มีต่อพระพุทธศาสนาสั่นคลอน จนนำมาซึ่งการร้องเรียนของ “กลุ่มองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ” (อปพส.)
👉และสื่อที่ไปออกข่าวเท็จ เช่น เรื่อง ธุรกิจบุญ แท็กซี่กระปุกบุญ ที่ระบุว่ามีการแบ่งรายได้เข้าวัด 70% และแท๊กซี่ 30% นั้นเป็นข่าวเท็จและอีกหลายๆข่าว ในช่องรายการทีวีดัง และช่องสื่อต่างๆ
👉กรณีการนำเสนอข่าวหลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี ว่ามีภรรยา 4 คน และ ลูก 1 คน ซึ่งรายการเดียว มีคนดูรวมกันหลายแสนคนและมีการออกสื่อฯหลายรายการ ขณะที่เมื่อความจริงปรากฎว่า ผลตรวจดีเอ็นเอของเด็กไม่ตรงกับหลวงพ่ออลงกต กลับพบว่า สื่อที่นำเสนอข่าวเท็จ ไม่แก้ไขข่าว และ ไม่นำข้อมูลความจริงไปนำเสนอ
👉ทั้งนี้ เนื้อหาในหนังสือมีประเด็นสำคัญ คือ ให้ตรวจสอบและกำกับดูแลจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อมวลชน ที่มีการ ละเมิดสิทธิ ออกข่าวเท็จ ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นำเสนอข่าวยุคดิจิตอลจนนำไปสู่การเซาะกร่อนบ่อนทำลายความมั่นคงของสถาบันพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นสถาบันหลักของประเทศ
👉นายประพันธ์กล่าวว่า กว่ากึ่งศตวรรธ ที่กระบวนการเซาะกร่อนบ่อนทำลายคณะสงฆ์ไทยอย่างเป็นระบบ และใช้ยุทธวิธีค่อยเป็นค่อยไปอย่างมียุทธศาสตร์ ยุทธวิธี และกลยุทธ เหมือน “ การไหลของกระแสน้ำ ” ตามแผนนโยบายลับขององค์กรอิสลามโลกที่มีต่อประเทศไทย แผนตาลาตี๊ต่ำปง
👉โดยใช้ลักษณะเฉพาะตัวของลัทธิปกครองซ่อนตัวในคราบศาสนา อันเป็นอัตลักษณ์พิเศษ เพื่อการยึดครองและปกครอง “ใครครอบครองสื่อ
คือ คนครอบครองโลกด้วยหลักนิยมดังกล่าว
👉กระบวนการเซาะกร่อนบ่อนทำลาย พระพุทธศาสนาจึงใช้หลักการนี้เช่นกัน
👉 ดั่งเราจะพบข่าวพระกระทำผิดกระจายออกสู่สาธารณะเป็นระยะๆด้วยความผิดต่างๆนานา ตรงกันข้ามกับลัทธิศาสนาอื่นๆ ซึ่งสร้างปัญหา ทั้งความเสียหาย รุนแรง ความหยาบคาย ป่าเถื่อน เอารัดเอาเปรียบ ทุกวิถีทางแบบไม่ ลดลา วาศอก
แต่สื่อมิได้ประโคมข่าว เกาะติด เจาะลึก เปิดเผยสู่สาธารณชน เฉกเช่น วงการสงฆ์ อย่างมีนัยยะสำคัญด้วยวาระซ่อนเร้นอำพราง ดั่งกรณี ปัญหาความรุนแรงจากขบวนการก่อการร้ายมุสลิมชายแดนใต้มากกว่า 20 ปี ที่มีการฆ่าคนไทยพุทธ ฆ่าพระ ฆ่าสามเณร ฆ่าครู ฆ่าทหาร ฆ่าผู้บริสุทธิ์มากมาย เกือบ หมื่นศพ
👉จนในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ จากที่เคยมีคนไทยพุทธมากกว่า 600,000 คน แต่ในปัจจุบันเหลือไม่ถึง 72,000 คน ซึ่งประเด็นเหล่านี้สื่อก็ไม่นำเสนอให้สังคมรับรู้”นายประพันธกล่าว
👉@ถึงยุคเสื่อมของสื่อ ประชาชนวอน กสทช. ทำหน้าที่ตามกฎหมาย
👉นายประพันธ์ยังกล่าวอีกว่า สื่อบางแห่งมีการใช้วาทะกรรมศรีธนญชัย เช่น อย่าพูดเรื่องอิสลามเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จะสร้างความแตกแยก ซึ่งวิธีการดังกล่าว เสมือนกฎหมายปิดปากที่มิต้องบัญญัติเป็นลายลักษณ์อักษร หากแต่มีสภาพบังคับทั่วทั้งแผ่นดิน
👉รวมทั้งสื่อยังนำเสนอข่าวพระสงฆ์ ในแง่ร้าย ให้ข่าวเท็จพระสงฆ์ได้โดยตลอด หรือแม้กระทั่งมีขบวนการจัดฉากทำให้เกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีคนนับถือพระพุทธศาสนามาก ถึง 90% เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ เป็นสถาบันหลักของคนไทยมาอย่างช้านาน
👉แต่สื่อยุคนี้ จะทำข่าวพระในแง่ร้าย กลับไม่คำนึงถึงเรื่องละเอียดอ่อน ผลเสียที่จะตามมานั่นคือความแตกแยกแตกสามัคคีบนแผ่นดินไทย
👉ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมีการ
นำเสนอข่าวของสำนักข่าว สื่อสิ่งพิมพ์หลากหลายสำนัก ผ่านนักข่าว ผู้สื่อข่าว บรรณาธิการ เป็นที่ประจักษ์ จนสังเกตเห็น ความผิดปกติของการเสนอข่าว อย่างชัดเจน ภาคประชาชนชาวไทยซึ่งนับถือพระพุทธศาสนา นำโดย องค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ (อปพส.)
👉จึงขอให้ ประธาน กสทช.และที่เกี่ยวข้อง ได้ตระหนักและเคร่งครัดต่อ ข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๖๔ คำนึงถึงหลักจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อ มิให้เกิดการละเมิดสิทธิ และความรับผิดชอบต่อสังคม การกำกับดูแลในการนำเสนอข่าวยุคดิจิตอล อย่างมืออาชีพ ตามหลักพุทธศาสนสุภาษิต "ธมฺเมน วิตฺตเมเสยฺย" พึงหาเลี้ยงชีพ โดยทางชอบธรรม” นายประพันธ์กล่าว
👉🎤นายประพันธ์ พร้อมด้วยกลุ่มภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ยังเน้นในหนังสือว่า ขอให้ประธาน กสทช. และผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการพิจารณาตรวจสอบ และกำกับดูแลสื่อสารมวลชนทุกประเภท ให้ปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ พ.ศ.2564 ตามอำนาจที่ระบุใน พ.ร.บ.ตามกฏหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อพระพุทธศาสนา
👉เพราะฉะนั้น เรื่องการทำหน้าที่ของภาคประชาชนที่เดินหน้ายื่นหนังสือไปยัง กสทช. นับเป็นมิติใหม่แห่งความเคลื่อนไหว ที่เข้มข้นของภาคประชาชน ในการทำหน้าที่ปกป้องชาติ พุทธศาสนา และ สถาบันพระมหากษัตริย์ ให้พ้นภัยจากการทำหน้าที่ ที่บิดเบือนของสื่อสารมวลชนในยุคปัจจุบัน ซึ่งภาคประชาชน มีหลักฐานครบว่า การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนยุคนี้ เต็มไปด้วยความอคติ ลำเอียง มีสื่อมวลชนเพียงส่วนน้อยที่ให้ความเป็นธรรมต่อ 3 เสาหลักของชาติ ได้แก่ ชาติ พระพุทธศาสนา และ สถาบันพระมหากษัตริย์
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น